อาการมองภาพไม่ชัดหรือต้องคอยหรี่ตาเวลาทำงาน อาจไม่ใช่เพียงความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะสายตายาว (Hyperopia) ที่หลายคนมักมองข้าม เนื่องจากในระยะแรกเริ่ม ดวงตามักจะใช้กลไกการเพ่งเพื่อชดเชยค่าสายตาทำให้ยังคงมองเห็นภาพได้ชัดเจน ภาวะหลบซ่อนนี้เองที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวโดยที่เราไม่รู้ตัว การทำความเข้าใจว่าสายตายาวใช้เลนส์อะไร จึงไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาภาพเบลอ แต่คือการคืนความสมดุลให้กล้ามเนื้อตาได้พักผ่อนและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง เพราะปัญหาสายตายาวไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว แต่ละช่วงวัยและลักษณะกายภาพของดวงตาก็ต้องการการแก้ไขที่แตกต่างกันออกไป
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงทางเลือกของเลนส์สายตายาว แต่ละประเภทที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างดวงตาที่แตกต่างกัน พร้อมเทคนิคการเลือกออปชันเสริมที่จะช่วยถนอมดวงตาของคุณให้ยาวนานขึ้น เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้อย่างมั่นใจ
Key Takeaways
สารบัญบทความ
หากพูดถึงสายตายาวมองไกลหรือสายตายาวแต่กำเนิด(Hyperopia) มักเกิดจากความผิดปกติของรูปทรงอวัยวะดวงตา ซึ่งต่างจากสายตายาวตามวัย(Presbyopia) ที่เกิดจากการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติของเลนส์แก้วตาเมื่อมีอายุประมาณ 42 ปีขึ้นไป โดยจุดเริ่มต้นของสายตายาวแต่กำเนิด คือความผิดปกติของแสงที่แต่เดิมควรจะโฟกัสบนจอตาแล้วเห็นภาพคมชัด แต่แสงกลับไปโฟกัสตกเลยจอประสาทตาออกไป ทำให้เห็นภาพเบลอแทน ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากกลไกทางกายภาพของลูกตา ดังนี้
Spheric เป็นเลนส์ที่มีโครงสร้างการออกแบบระดับพื้นฐาน มีลักษณะหนาและนูนตรงจุดศูนย์กลางเลนส์ ยิ่งค่าสายตายาวมาก ภาพบริเวณขอบเลนส์จะยิ่งบิดเบือน และเกิดอาการตาโตเมื่อมองเข้ามาจากภายนอก เหมาะสำหรับค่าสายตายาวน้อยไม่เกิน +2.00D เพราะความนูนของเลนส์ยังมีไม่มาก ภาพบิดเบือนที่ขอบเลนส์จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นอย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและให้ประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับสายตายาวมองไกลระดับเริ่มต้น
ข้อควรสังเกต
หากนำโครงสร้างเลนส์ประเภทนี้ไปใช้กับค่าสายตายาวสูงเกินกว่า +2.00D อาจทำให้มองเห็นวัตถุมีขนาดใหญ่ผิดปกติ มีอาการวูบวาบมึนงงได้ง่ายจนปรับตัวยาก
Aspheric มีการออกแบบโครงสร้างที่ทันสมัยขึ้น ด้วยการปรับความโค้งของผิวเลนส์ตรงจุดศูนย์กลางให้แบนลง ลักษณะเลนส์จึงบางลง มีน้ำหนักเบาขึ้น และแบนกว่าแบบ Spheric อย่างชัดเจน ช่วยลดภาพบิดเบือนที่ขอบเลนส์ ลดอาการเห็นภาพบวมจากเลนส์ที่มีกำลังสายตายาวสูง ทำให้มองเห็นภาพได้เป็นธรรมชาติดูสมจริงมากขึ้น และลดเอฟเฟกต์ตาโตลงได้ดีกว่า Spheric เหมาะสำหรับคนที่สายตายาวมองไกลในระดับปานกลางประมาณ +2.25D ถึง +4.00D
Double Aspheric ขั้นสุดของการออกแบบโดยการขัดผิวเลนส์แบนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ออกมาเป็นเลนส์ที่มีลักษณะบางเบาและแบนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เหมาะสำหรับสายตายาว +4.25D ขึ้นไป หรือคนที่เน้นความบางเบาพิเศษ เพราะในกลุ่มสายตายาวสูงๆ เลนส์จะหนามากจนโครงสร้าง Aspheric อาจไม่เพียงพอต่อการใช้งาน การขัดเลนส์แบนทั้งด้านหน้าและด้านหลังจะช่วยรีดเลนส์ให้บางที่สุด และช่วยขยายพื้นที่การมองเห็นชัด ให้กว้างไปจนเกือบถึงขอบเลนส์ พร้อมลดเอฟเฟกต์ตาโตลงได้มากที่สุดอีกด้วย
Multigressive คือเลนส์เฉพาะบุคคลที่คำนวณโครงสร้างเลนส์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยอิงจากค่าสายตาของคุณและค่าพารามิเตอร์เฉพาะบุคคลจากกรอบแว่นที่คุณเลือก โดยมีรายละเอียดดังนี้
ใครที่ควรขยับมาใช้เลนส์กลุ่มนี้?
HR-W คือเลนส์เฉพาะบุคคลรุ่นพิเศษ ถูกผลิตด้วยเทคโนโลยี Multigressive ที่ผสานการขัดเลนส์สองด้านแบบ Double Aspheric รวมสองเทคโนโลยีขั้นสูงไว้ในเลนส์คู่เดียว เหมาะสมกับทุกค่าสายตาตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงสูงและซับซ้อน มาพร้อมตัวเลือกการขัดผิวเลนส์ 2 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่ต่างกันดังนี้
หลังจากเลือกโครงสร้างเลนส์ได้แล้ว ถัดมาคือการเลือก Index โดย Index คือตัวเลขดัชนีหักเหแสง บ่งบอกความหนาบางของเลนส์สายตา ภายใต้ค่าสายตาเดียวกัน การมี Index สูง เลนส์ก็ยิ่งบาง แต่นอกจากความบางแล้วสิ่งที่ต้องแลกมาคือ Abbe Value ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่าเลนส์นั้นให้ภาพที่คมชัด ใส มีแสงรบกวนมากน้อยแค่ไหน โดยมีวิธีการดูดังนี้
วิธีการเลือก Index ให้เหมาะกับค่าสายตาตนเอง
1. Index 1.60 เหมาะสำหรับค่าสายตายาว +0.25D ถึง +4.00D
มีค่า Abbe Value ประมาณ 40-42 ซึ่งเป็นค่าสูงสุดในบรรดาเลนส์ย่อบางทั้งหมด จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมทั้งในแง่ความบางและความใสภายใต้ช่วงค่าสายตาที่ได้กล่าวไปข้างต้น
2. Index 1.67 เหมาะสำหรับค่าสายตายาว +4.25D ถึง +5.00D
มีค่า Abbe Value ประมาณ 32-33 เป็นอันดับสองรองลงมา เน้นความบางเป็นหลัก เหมาะกับคนที่สายตายาวเยอะ ที่ยอมแลกค่าความใสเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ได้เลนส์ที่บางและเบาขึ้น
3. Index 1.74 เหมาะสำหรับค่าสายตายาว +5.25D ขึ้นไป
มีค่า Abbe Value ประมาณ 32-33 เท่ากันกับ Index 1.67 ดังนั้นคุณจะได้เลนส์ที่มีความใสใกล้เคียง Index 1.67 แต่บางและเบากว่า
4. Index 1.76 เหมาะสำหรับค่าสายตายาว +5.25D ขึ้นไป
ที่ต้องการความบางขั้นสุด มีค่า Abbe Value ประมาณ 30 ทำมาจากวัสดุพลาสติกเฉพาะทาง ปัจจุบันถือเป็นเลนส์พลาสติกที่บางที่บางที่สุดในตลาด ของแบรนด์ Tokai จากญี่ปุ่น แม้ว่า Abbe Value จะน้อย เมื่อเทียบกับ Index 1.60 แต่สำหรับคนสายตายาวมากๆ การใช้เลนส์ย่อบางสูงๆอย่าง Index 1.76 จะช่วยลดภาพวูบวาบขณะเหลือบตาและลดอาการภาพบวมได้ดีกว่า จึงมักจะให้ผลลัพธ์ในภาพรวมที่น่าพอใจมากกว่า
ข้อควรพิจารณา
ถ้าค่าสายตาน้อย เช่นสายตายาวไม่เกิน +3.00D แต่เลือกข้ามไปใช้เลนส์ Index 1.74/1.76 ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่คุ้มค่า และอาจทำให้รู้สึกใส่ไม่สบายตาเท่าที่ควร เพราะนี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณใช้เลนส์ Index สูงเกินความจำเป็น
ดังนั้น หากเรานำเงินส่วนต่างที่ใช้ย่อบางนี้ไปอัปเกรดสารเคลือบเลนส์หรืออัปเกรดโครงสร้างเลนส์ จะส่งผลดีต่อการมองเห็นมากกว่า
เทคโนโลยีกรองแสงสีฟ้าในปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. แบบเคลือบโค้ท
เป็นการใช้เทคโนโลยีสะท้อนแสงสีฟ้าออก ด้วยการเคลือบสารไว้ที่ผิวเลนส์
3. แบบผสมสารดูดซับในเนื้อเลนส์
เป็นการฝังสารดูดซับแสงสีฟ้าลงไปในโมเลกุลของเนื้อวัสดุเลนส์โดยตรง
สำหรับผู้ที่เลือกใช้เลนส์สายตาเกรดพรีเมียม การดูแลรักษาให้เลนส์คงสภาพดีเหมือนวันแรกถือเป็นโจทย์สำคัญ เพราะเลนส์ราคาสูงคือการลงทุนเพื่อคุณภาพระบบการมองเห็นในระยะยาว การเลือกอัปเกรดเทคโนโลยีเคลือบผิวเลนส์ให้มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ จึงเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยปกป้องผิวเลนส์จากการขีดข่วนในการใช้งานประจำวันแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น ลดโอกาสในการต้องเปลี่ยนเลนส์ใหม่ก่อนเวลาอันควร ทำให้ทุกบาทที่คุณจ่ายไปคุ้มค่าและมอบทัศนวิสัยที่คมชัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน
1. Solitaire LayR จาก Rodenstock
โค้ท LayR มีความใสและลดแสงสะท้อนได้ดีเยี่ยม เพราะถูกออกแบบมาให้ลดแสงสะท้อนได้ดีกว่าเลนส์ทั่วไปถึง 50% ทำให้เลนส์ดูใสเคลียร์มาก นอกจากนี้ยังใช้การเคลือบแข็งจำนวนหลายชั้นที่ยึดเกาะกันแน่นมาก ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยมในระดับพรีเมี่ยมของเยอรมัน มาพร้อมคุณสมบัติเสริมที่เรียกว่า X-tra Clean ช่วยให้ผิวเลนส์ลื่น เช็ดทำความสะอาดง่าย ฝุ่นและคราบมันเกาะยาก
2. USP จาก Tokai
โค้ท USP (Ultra Shield Performance) ถูกพัฒนามาเพื่อแก้จุดอ่อนของเลนส์พลาสติกที่มักจะเกิดรอยง่าย โดยมีค่าความทนทานต่อรอยขีดข่วน สูงกว่าโค้ทมาตรฐานถึง 2-3 เท่า จึงทนต่อการเสียดสีได้ดีมาก เหมาะกับคนที่อาจจะไม่ได้ระวังเรื่องการเช็ดแว่นมากนัก หรือต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นเยอะ มาพร้อมกับการรับประกันที่ยาวนานถึง 3 ปี
Transitions
เลนส์เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ปัจจุบันรุ่นล่าสุดคือ Transitions Gen S
Lutina Photo
เทคโนโลยีสุดล้ำจากแบรนด์ Tokai ด้วยการนำเอาคุณสมบัติกรองแสงสีฟ้า Lutina มาผสานกับคุณสมบัติในการเปลี่ยนสี Photo กลายเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัวเรียกว่า Lutina Photo ซึ่งมีคุณสมบัติกรองแสงสีฟ้าพลังงานสูงกว่า 90% ในที่ร่ม ซึ่งเป็นระดับที่ลึกกว่าเลนส์กรองแสงสีฟ้าทั่วไป นอกจากนี้การซ้อนทับกันของทั้งสองคุณสมบัติยังไม่ทำให้เกิดเฉดสีเพี้ยน ไม่ว่าจะเปลี่ยนสีขณะอยู่กลางแจ้งหรือเคลียร์ใสสุดเมื่ออยู่ในที่ร่ม เหมาะสำหรับคนที่ต้องออกแดดและทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน Lutina Photo ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพตาและไลฟ์สไตล์ เพื่อการปกป้องดวงตาอย่างครอบคลุม
Tint Lens คือการเคลือบย้อมสีบนผิวเลนส์ เป็นได้ทั้งเลนส์สายตาและเลนส์กันแดดในตัวเดียว หรือจะย้อมโดยไม่ใส่ค่าสายตาก็ได้ ซึ่งการย้อมสีสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น ย้อมเต็มแผ่น , ย้อมไล่สีระดับปกติ , ย้อมไล่สีระดับลึก และยังเลือกระดับความเข้มได้ตามต้องการ ตั้งแต่ 10% ถึง 90% ให้เหมาะสมต่อกิจกรรมที่จะนำไปใส่ใช้งานได้อีกด้วย
ที่สุดของออฟชั่นเสริมการปกป้องดวงตาด้วยนวัตกรรมเลนส์ 3-in-1 รวมการย้อมสีแฟชั่น ฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้า และเทคโนโลยีเปลี่ยนสีอัตโนมัติไว้ในหนึ่งเดียว จากแบรนด์ Tokai
CMIQ Sun คือการเคลือบเลนส์ให้เปลี่ยนสีอัตโนมัติแบบพิเศษ แม้ว่าจะอยู่ในที่ร่มตัวเลนส์ก็จะยังมีสี tint อยู่ เลนส์จึงไม่ได้เคลียร์ใสเหมือนเลนส์เปลี่ยนสีทั่วไป แต่จะติดสี tint อ่อนๆ ประมาณ 40-55%ในที่ร่ม ให้ลุคกึ่งแว่นแฟชั่น เมื่อออกกลางแจ้งเจอแสง UV เลนส์จะเข้มขึ้นได้สูงสุด 90 % จนกลายเป็นแว่นกันแดดเต็มรูปแบบ เนื่องจากเลนส์ CMIQ Sun มีสีพื้นอยู่แล้ว จึงเหมาะสำหรับ
Night Driving Lens โค้ทเคลือบสำหรับขับขี่กลางคืน คือนวัตกรรมที่ต้องใช้ควบคู่กับการดูแลดวงตา หัวใจสำคัญของเลนส์ชนิดนี้คือการเคลือบโค้ทพิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับแสงรบกวนโดยเฉพาะ ช่วยลดอาการตาพร่ามัวจากแสงสะท้อนและไฟหน้าของรถที่สวนมา ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ชัดเจนและปลอดภัยยิ่งขึ้นในช่วงเวลากลางคืน
อย่างไรก็ตาม เลนส์จะแสดงประสิทธิภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อปัจจัยพื้นฐานของดวงตาได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม ดังนี้
หากปัจจัยภายในดวงตายังไม่ถูกแก้ไขหรือมีความผิดปกติ เลนส์เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถมอบผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ เลนส์ชนิดนี้จึงควรใช้งานควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพดวงตาโดยผู้เชี่ยวชาญ
แสงแดดที่กระทบลงบนพื้นผิวน้ำ ผิวถนน กระจกรถ จะสะท้อนเข้าตาเรา ซึ่งเป็นแสงที่สว่างจ้ารบกวนจนแทบไม่เห็นรายละเอียดของสิ่งที่กำลังมอง การเคลือบเลนส์ด้วยโค้ท Polarized จะสร้างตัวกรองที่สามารถบล็อคแสงlสะท้อนจากพื้นผิวต่าง ๆ ได้ ทำให้เรามองเห็นทะลุผิวน้ำหรือมองพื้นถนนเปียกแฉะได้ชัดเจนโดยไม่มีแสงสะท้อนเข้าตา จึงเหมาะกับกีฬาหรือกิจกรรมทางน้ำ เช่น เซิร์ฟบอร์ด เวคบอร์ด เจ็ตสกี วินด์เซิร์ฟ ล่องแก่ง พาราเซลลิ่ง เป็นต้น
สำหรับผู้ที่มีอายุยังไม่ถึง 42 ปี แต่เริ่มเผชิญกับอาการตาล้า ปวดกระบอกตา หรือโฟกัสภาพระยะใกล้ได้ช้าลง Digital Lens หรือ เลนส์ลดเพ่ง คือนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขอาการข้างต้นทั้งหมด
โดยหลักการทำงานของเลนส์ชนิดนี้จะใส่ Relax Zone ตรงบริเวณส่วนล่างของเลนส์ ซึ่งมีการเพิ่มค่ากำลังสายตายาว เข้าไปเพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยสนับสนุนกล้ามเนื้อตา ไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไปขณะเพ่งมองสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ส่งผลให้การสลับมองระหว่างระยะหน้าจอกับระยะไกลเป็นไปอย่างราบรื่นโฟกัสได้เร็ว ลดแรงเค้นของกล้ามเนื้อตา และช่วยให้คุณสามารถใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลได้ยาวนานสบายตาตลอดวัน Digital Lens สามารถแบ่งออกตามโครงสร้างได้ 2 ระดับ
มีเทคโนโลยี Digital Inside เป็นการคำนวณโครงสร้างเลนส์ที่คำนึงถึงระยะห่างระหว่างดวงตากับอุปกรณ์ดิจิทัล ช่วยให้ภาพบริเวณส่วนล่างของเลนส์กว้างและนิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยี SmartView ใช้โครงสร้างโมเดล 3D ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมการมองสลับไปมาระหว่างระยะไกลกับใกล้ของคนยุคสมัยใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้คือเลนส์ที่ช่วยให้กลับมามองคมชัดสบายตาในทุกระยะอีกครั้ง
รุ่นนี้มีเทคโนโลยีการผลิตทุกอย่างของรุ่น Multigressive แต่เสริมเข้าไปด้วยค่า Parameter ของกรอบแว่น ที่ถูกใส่เข้าไปคำนวณในการผลิต เพื่อให้ได้เลนส์ที่เข้ากันได้กับกรอบที่เลือกอย่างเฉพาะเจาะจง เลนส์จึงแสดงประสิทธิภาพการมองเห็นได้เต็มที่ มีมุมมองกว้างขึ้นและปรับตัวง่ายกว่าเดิม
สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกเลนส์สายตาสำหรับผู้มีภาวะสายตายาวมองไกล
ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาคือ ปริมาณค่าสายตาและพลังการเพ่งของลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีสายตายาวมองไกล เมื่อเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป พลังการเพ่งจะเริ่มลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ดวงตาต้องทำงานหนักขึ้น ทั้งการเพ่งเพื่อมองไกลให้ชัดและต้องเพ่งสู้มากขึ้นเมื่อมองใกล้ หากปล่อยไว้จะนำไปสู่ภาวะตาล้า (Eye Strain) ดังนั้นการเลือกเลนส์จึงต้องคำนึงถึงการสนับสนุนกำลังการเพ่งของตาให้เหมาะสมกับช่วงวัย
หากมีค่าสายตายาวและเอียงร่วมด้วย องศาของแกนเอียงในแต่ละแนวจะมีผลกระทบต่อภาพบิดเบี้ยวและระยะเวลาในการปรับตัวที่แตกต่างกัน นักทัศนมาตรจึงต้องเลือกโครงสร้างเลนส์ที่สามารถชดเชยค่าเอียงได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้โฟกัสในแต่ละระยะเป็นไปอย่างนุ่มนวลที่สุด
หัวใจสำคัญของการจ่ายเลนส์คือการเข้าใจไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า เพราะแว่นตาเพียงคู่เดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ เช่น
ดังนั้น การมีเลนส์แว่นมากกว่าหนึ่งคู่จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้การมองเห็นในแต่ละช่วงเวลาแต่ละกิจกรรมมีประสิทธิภาพสูงสุด
ความคาดหวังของลูกค้ามีผลต่อการเลือกโครงสร้างเลนส์อย่างมาก
สุดท้ายคือนำปัจจัยทางเทคนิคทั้งหมดมาสรุปให้สอดคล้องกับงบประมาณของลูกค้า เพื่อให้ได้เลนส์ที่มีเทคโนโลยีดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่ลูกค้ายอมรับได้ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดทั้งในแง่การมองเห็นและราคาที่เหมาะสม
การดูแลรักษาเลนส์แว่นตาอย่างถูกวิธีเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและคงประสิทธิภาพของสารเคลือบผิวเลนส์ให้ยาวนานที่สุด เพื่อให้การดูแลรักษาเลนส์แว่นตาของคุณถูกต้องเหมาะสม สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำที่เป็นขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
เพราะเลนส์สายตายาวจะหนาเฉพาะตรงจุดศูนย์กลางเลนส์ทำให้ดูหลอกตาเสมือนไม่หนา การเลือกใช้เลนส์ย่อบาง+โครงสร้างขัดผิวเลนส์แบนสองด้านอย่าง Double Aspheric จะช่วยให้เลนส์บางและเบาขึ้นได้
ตอนไม่ใส่แว่น สมองและกล้ามเนื้อตาของคุณทำงานหนักมากเพื่อเค้นภาพให้ชัด พอใส่แว่นปุ๊บ กล้ามเนื้อตาได้พักเป็นครั้งแรก เมื่อถอดแว่นออกกล้ามเนื้อที่กำลังพักอยู่ยังปรับตัวกลับไปเพ่งหนักๆทันทีไม่ได้ จึงรู้สึกมัวกว่าปกติ แต่นี่คือสัญญาณที่ดีว่ากล้ามเนื้อตาของคุณเริ่มผ่อนคลายลงแล้ว
แม้ค่าสายตาจะน้อย แต่ถ้าคุณมีอาการปวดหัวตอนบ่าย ตาล้า เดี๋ยวชัดเดี๋ยวเบลอ นั่นคือสัญญาณว่าพลังงานของกล้ามเนื้อตาคุณหมด การใส่แว่นไม่ใช่แค่เพื่อให้ชัดขึ้น แต่เพื่อประหยัดพลังงานให้ดวงตาของคุณทำงานได้ทั้งวันโดยไม่ล้า
เพราะตาของคนสายตายาวมี พลังแฝง(Latent Hyperopia)มาก ในวันที่คุณพักผ่อนมาดี ตาจะแอบเพ่งซ่อนค่าสายตายาวไว้ทำให้วัดไม่เจอ แต่ในวันที่เหนื่อยล้า ค่าจริงจะโผล่ออกมา การตรวจกับนักทัศนมาตรจะมีการใช้เทคนิคเพื่อทำให้กล้ามเนื้อตาคลายตัว จนได้ค่าสายตาที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่
เลนส์สายตายาวมองไกลราคาเริ่มต้น 1200 บาท
สายตายาว 100 อยู่ในระดับที่มักจะเริ่มส่งผลต่อความสบายในระยะใกล้ หากรู้สึกว่าเล่นสมาร์ทโฟน อ่านหนังสือแล้วไม่สบายตา แนะนำให้ตัดแว่นมาใช้งานจะมองสบายตาขึ้น
แว่นสายตายาวสามารถใส่ตลอดเวลาได้ และเป็นสิ่งที่แนะนำ เพราะจะช่วยให้ตารู้สึกผ่อนคลาย โฟกัสเร็วและสบายตาขึ้น
วิธีตรวจเช็คด้วยตนเองที่ง่ายที่สุดคือ ดูว่ามองเห็นภาพคมชัดและสบายตาไหม ถ้าชัดแต่ไม่สบายตา นี่คือสัญญาณแรกของการมีค่าสายตายาวระดับเริ่มต้น
ในกลุ่มที่มีสายตายาวมองไกล เมื่อเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป พลังการเพ่งจะเริ่มลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ดวงตาต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่า ทั้งการเพ่งเพื่อมองไกลให้ชัดและต้องเพ่งสู้มากขึ้นเมื่อมองใกล้ หากปล่อยไว้จะนำไปสู่ภาวะตาล้า
สายตายาวมองไกลคือ ความผิดปกติของรูปทรงลูกตา จะมีปัญหาทั้งมองไกลและใกล้ ส่วนสายตายาวตามวัยคือ ความเสื่อมของระบบโฟกัสภายในตา จะมีปัญหาเฉพาะเวลามองใกล้
มีร่วมกันได้ เรียกว่าภาวะสายตายาวสองต่อ คือมีโครงสร้างลูกตาสั้นเป็นพื้นฐานอยู่แล้วทำให้เป็นสายตายาวมองไกล พออายุ 40+ เลนส์ตาเสื่อมสภาพ (Presbyopia) เติมเข้าไปอีก ทำให้มองไม่ชัดและตาล้าอย่างมากในทุกระยะการมอง
การเลือกเลนส์สำหรับสายตายาวไม่ใช่แค่เรื่องของความชัดเจนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสบายตาและความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแว่นสายตายาวผู้ชายที่เน้นความน่าเชื่อถือและทนทาน หรือแว่นสายตายาวกรองแสง สำหรับคนทำงานออฟฟิศ
ที่ร้านแว่นตา Occura เรามีนักทัศนมาตรคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าคุณจะต้องการเลนส์โปรเกรสซีฟหรือมองหาเลนส์แบรนด์ดังอย่าง Lindberg และต้องการทราบเลนส์โปรเกรสซีฟราคาที่เหมาะสม เราพร้อมดูแลคุณด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อให้คุณได้รับเลนส์แว่นตาที่ดีที่สุด หากยังสงสัยว่าตัดแว่นร้านไหนดี หรือตัดแว่นใหม่ ปรับสายตากี่วัน แวะมาปรึกษาเราได้ที่ Occura
ร้านแว่นตาโอคูระ ดูแลระบบการมองเห็นแบบครบวงจร จุดเริ่มต้นการดูแลสายตาที่สมบูรณ์แบบ
ลูกค้าวัย 44 ปี…
การตรวจสายตาเชิ…
This website uses cookies.